ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่มากับยุง!!

ถ้าถามว่าคนไทยมีความตระหนักในโรคไข้เลือดออกมากแค่ไหน หมอคิดว่าผู้คนอาจจะยังไม่ตื่นตัวมากนัก แต่ถ้าเมื่อไรมีคนในครอบครัวหรือคนในชุมชนเป็นไข้เลือดออก คนในละแวกนั้นจึงจะตื่นตัว โดยที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มีการฉีดยากันยุง ทายา กำจัดแหล่งน้ำขัง ส่วนเวลานอนก็จะนอนกางมุ้ง แล้วตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าฤดูฝน ส่งผลให้โรคนี้ระบาดมาก ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่หายเองและเสียชีวิต อย่างตัวเลขสถิติของกรมควบคุมโรคในปี 2561 มีคนเป็นโรคไข้เลือดออก 5 หมื่นกว่าคน และเสียชีวิต 71 คน ซึ่งตัวเลขถือว่าสูง โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า #เด็งกิ (Dengue Virus) มีอยู่ 4 สายพันธุ์ โดยเชื้อไวรัสจะอาศัยยุงลายตัวเมียเป็นพาหะ เพราะฉะนั้นเมื่อเราถูกยุงลายที่มีเชื้ออยู่กัดเชื้อไวรัสจะเข้ามาในกระแสเลือด ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน และเมื่อหลอดเลือดเรามีปัญหา ส่วนประกอบในหลอดเลือดที่เรียกว่า Plasma ก็จะไหลออก จากนั้นก็จะทำให้คน ๆ นั้นเกิดน้ำท่วมปอด ความดันลดลง ซึ่งจะนำไปสู่อาการช็อค ตับอักเสบ ต่อมามีเกร็ดเลือดต่ำลงผู้ป่วยก็จะมีเลือดออกได้ง่ายในหลาย ๆ ระบบ ทั้งตามไรฟัน และผิวหนัง อาการนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ ไข้เลือดออก นั่นเอง จริง ๆ โรคกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็นไข้ เด็งกิ กับ ไข้เลือดออก ซึ่งกลุ่มไข้เด็งกิจะหายไปเองได้ เพราะมีหลายคนมาหาหมอตอนเป็นผื่นขึ้น […]
1043

ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่มากับยุง!!

ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่มากับยุง!!


ถ้าถามว่าคนไทยมีความตระหนักในโรคไข้เลือดออกมากแค่ไหน
หมอคิดว่าผู้คนอาจจะยังไม่ตื่นตัวมากนัก แต่ถ้าเมื่อไรมีคนในครอบครัวหรือคนในชุมชนเป็นไข้เลือดออก คนในละแวกนั้นจึงจะตื่นตัว โดยที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มีการฉีดยากันยุง ทายา กำจัดแหล่งน้ำขัง ส่วนเวลานอนก็จะนอนกางมุ้ง

แล้วตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าฤดูฝน ส่งผลให้โรคนี้ระบาดมาก ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่หายเองและเสียชีวิต อย่างตัวเลขสถิติของกรมควบคุมโรคในปี 2561 มีคนเป็นโรคไข้เลือดออก 5 หมื่นกว่าคน และเสียชีวิต 71 คน ซึ่งตัวเลขถือว่าสูง

โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า #เด็งกิ (Dengue Virus) มีอยู่ 4 สายพันธุ์ โดยเชื้อไวรัสจะอาศัยยุงลายตัวเมียเป็นพาหะ เพราะฉะนั้นเมื่อเราถูกยุงลายที่มีเชื้ออยู่กัดเชื้อไวรัสจะเข้ามาในกระแสเลือด ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน และเมื่อหลอดเลือดเรามีปัญหา ส่วนประกอบในหลอดเลือดที่เรียกว่า Plasma ก็จะไหลออก จากนั้นก็จะทำให้คน ๆ นั้นเกิดน้ำท่วมปอด ความดันลดลง ซึ่งจะนำไปสู่อาการช็อค ตับอักเสบ ต่อมามีเกร็ดเลือดต่ำลงผู้ป่วยก็จะมีเลือดออกได้ง่ายในหลาย ๆ ระบบ ทั้งตามไรฟัน และผิวหนัง อาการนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ ไข้เลือดออก นั่นเอง

จริง ๆ โรคกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็นไข้ เด็งกิ กับ ไข้เลือดออก ซึ่งกลุ่มไข้เด็งกิจะหายไปเองได้ เพราะมีหลายคนมาหาหมอตอนเป็นผื่นขึ้น แต่พอตรวจแล้วก็พบว่าเขาหายจากไข้เด็งกิ แต่ในกรณีที่มี Plasma ไหลออก ก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เราก็จะวินิจฉัยและก็พบว่าเขาเป็นไข้เลือดออก แต่อาการเริ่มต้นจะสังเกตได้จากการ มีไข้ > ปวดหัว > ปวดกระบอกตา > ปวดกล้ามเนื้อและปวดกระดูก > หลังจากนั้นก็จะเริ่มคลื่นไส้ อาเจียน > กินไม่ได้ > ปวดท้อง > และเกิดจุด ๆ เลือดตามตัว

ถ้าถามว่า คนเป็นซ้ำจะรุนแรงกว่าเดิมไหม มักจะรุนแรงขึ้น เพราะเหมือนที่บอกไว้ว่า มันจะมี 4 สายพันธุ์ แต่สมมติว่า ถ้าหากเราเป็นสายพันธุ์ 1 ร่างกายเราก็จะมีภูมิคุ้มกัน ถ้าเราเป็นสายพันธุ์ 2 อาการจากนั้นก็จะรุนแรงขึ้นและมีโอกาสเสียชีวิต เนื่องจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน

ซึ่งโรคไข้เลือดออกไม่เคยจำกัดเพศและอายุ ทุกคนสามารถเป็นได้ แต่ส่วนใหญ่จะพบได้ในกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน แต่กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่เป็นคนอ้วน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ คนที่มีโรคเรื้อรัง หรือผู้หญิงที่มีประจำเดือน

หมอเชื่อว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้คนใกล้ตัวเป็นเราก็สามารถป้องกันได้ เพราะการป้องกันสำคัญกว่าการรักษา ซึ่งร่างกายมนุษย์เป็นอะไรที่ซับซ้อน ถึงเราจะรักษาอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะควบคุมมันได้ บางทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน อีกทั้งยังส่งผลเสียในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษา

เราสามารถไปที่โรงพยาบาล หรือคลินิกใกล้บ้าน เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ แต่หมออยากจะแนะนำสำหรับคนที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกให้ไปฉีดวัคซีน เพราะจะช่วยลดความรุนแรงได้เมื่อเราเป็นอีกครั้ง

ช่องทางการติดต่อกับเรา
Facebook : มิตรไมตรีคลินิกเวชกรรม
Line@ : @dr.mmt
Website : mithmitreeclinic.com
Call Center : 02 953 5055